ยากินแล้วขาวได้ผลจริงหรือไม่ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างว่ากินล้วขาวนั้น ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบที่เรียกว่า กลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งเจ้านี่หละเป็นส่วนหนึ่งเซลล์ในร่างกายเรา ประกอบไปด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ : ซีสเทอีน ​​กลูตาเมตและ ไกลซีน โดยจะมีหน้าที่ทำงานเหมือนกันสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายของเรา ซึ่งเป็นโมเลกุลที่สามารถทำลายเซลล์ในร่างกายของคุณได้ และต่อไปเราจะขอเรียกมันสั้น ๆ ว่าเจ้ากลูต้าแทน มันมีบทบาทในปฏิกิริยาทางเคมีหลายอย่างในร่างกายของคุณ นอกจากนี้ยังช่วยล้างพิษสารเคมีรวมถึงบางส่วนที่ร่างกายของคุณสร้างตามธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งสกปรกจากมลพิษและยา โดยแหล่งกลูต้าในร่างกายของเราจะเริ่มหมดไป หลังจากที่เราแก่ตัวขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นทำให้ร่างกายของเราสร้างมันได้ไม่มากพอ จนมีพวกมันน้อยมากในร่างกาย ส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่ย่ำแย่ และยังมีโอกาสที่จะลดเนื่องจากปัญหาทางสุขภาพ อย่างเช่น มะเร็ง, เอชไอวี, โรคตับอักเสบ

การที่ส่วนใหญ่คนเราเลือกที่จะหากลูต้ามาทาน หลัก ๆ ของสาว ๆ เลยก็คือต้องการความขาวของผิว แต่จริง ๆ แล้วมันมีประโยชน์มากกว่านี้ มันช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ ในฐานะตัวแทนล้างพิษ เพื่อพยายามป้องกันตัวเองจากอันตรายจากรังสี และโรคมะเร็ง แต่ก็ไม่มีหลักฐานการศึกษาว่ามันช่วยในเรื่องนี้แต่อย่างใด ในบางส่วนยังนำกลูต้าไปใช้ เพื่อพยายามที่จะรักษาระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือภาวะมีบุตรยาก ในความเป็นจริงการกินกลูตาไธโอนไม่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรับสารที่เป็นประโยชน์เข้าสู่ร่างกายของคุณ ในการศึกษาหนึ่ง มีการให้คนที่มีสุขภาพแข็งแรงกินกลูตาไธโอนจำนวน 500 มิลลิกรัมวันละสองครั้งเป็นเวลา 1 เดือน แต่ก็ไม่ได้เพิ่มระดับกลูตาไธโอนในเลือดเลย ด้วยมีการวิจัยต่อว่าหากทำการฉีด หรือสูดดมเข้าไปในปอดโดยตรง จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าหรือไม่

ในขณะที่เราอาจไม่ต้องกิน หรือฉีดกลูตาไธโอนเข้าไปตรง ๆ เพราะอาหารเสริมบางอย่า งอาจเพิ่มการผลิตของระดับกลูตาไธโอนในร่างกาย เช่น Curcumin, N-acetylcysteine, Selenium ,Silymarin, Vitamin C และ Vitamin E นอกจากนี้มันยังมีโอกาสที่เราได้รับจากอาหารที่เรารับประทานอีกด้วย ถึงแม้ว่าร่างกายเราจะดูดซึมพวกมันจากอาหารได้น้อยมากก็ตาม อย่างเช่นในเนื้อสด กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง อะโวคาโด ผักขม ต่อมาเราจะมาเข้าเรื่องกันว่า ทำไมหลายคนถึงออกมาเตือนว่ามันอันตรายกัน การได้รับกลูตาไธโอนในระยะยาวจะทำให้เชื่อมโยงกับระดับสังกะสีที่ลดลง การสูดดมกลูตาไธโอนอาจทำให้เกิดอาการหอบหืดในคนที่เป็นโรคหอบหืด และอาจมีความเสี่ยงสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์และหรือขณะให้นมบุตร ส่วนนอกเหนือจากนี้ยังไม่มีอันตรายร้ายแรงใด ๆ เพิ่มเติม