หลักในการบริโภคอาหารเสริมที่ได้คุณภาพ

ทุกวันนี้คนเราทำสิ่งที่หน้ากลัวอย่างมาก โดยการวินิฉัยโรคว่าตัวเองเป็นอะไร และต้องกินยาอะไร ทั้ง ๆ ที่ขาดความเข้าใจหลายสิ่งอย่างที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบุคคลที่ชอบไปหาอาหารเสริมมากินเอง โดยสิ่งที่เราแนะนำให้ทำคือการไปพบแพทย์ (เภสัชกร หรือ นักโภชนาการ)เพื่อให้ตรวจสอบและวินิฉัยอย่างละเอียดถูกต้อง ไม่ใช่ความคิดของเราที่มีโอกาสคาดเคลื่อน และมีความเสี่ยงในสุขภาพร่างกาย เพราะว่าพวกเขาเหล่านี้มีความชำนาญที่จะบอกเราได้ว่าอาหารเสริมแต่ละชนิดนั้น มีประโยชน์จริงต่อร่างกาย และจำเป็นต้องทานหรือไม่ ส่วนการทานนั้น ควรจะมีวินัยในการทานเหมือนกับยารักษาโรคทั่วไป เช่นถ้าเขาบอกว่าให้กินหลังอาหารเช้า หรือเย็น ก็ควรจะทำตามเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายเรา และทุกครั้งที่ไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา ควรจะนำผลิตภัณฑ์ที่ทานอยู่ติดตัวไปอ้างอิงด้วย

คนเรามักคิดว่าสิ่งที่ผลิตขึ้นจาก “ธรรมชาติ” มักจะไม่เป็นพิษภัยต่อร่างกาย แต่ไม่ใช่อย่างที่คิดเลย ความปลอดภัยในการบริโภคอาหารเสริมนั้น ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างเช่นการออกฤทธิ์ หรือขั้นตอนในการผลิต หรือแม้แต่การใช้สมุนไพรอย่างชนิดอย่างที่อาจทำอันตรายต่อตับของเราได้ก่อนที่เราจะนำอาหารเสริมมาทาน สิ่งที่จะต้องทำอันดับแรกคือต้องหาคำตอบให้ได้ว่า อาหารเสริมที่เราจะซื้อมีผละโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างไร ผลิตภัณฑ์นี้มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือไม่ ปริมาณที่เหมาะสมที่จะใช้คือเท่าไหร่ และรับประทานอย่างไร เมื่อไหร่ และเป็นระยะเวลานานกี่เดือน เป็นต้น หากคุณไม่อาจหาคำตอบเหล่านี้ได้ ก็ไม่ควรที่จะหลับหู หลับตากินทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ข้อมูลเบื้องต้น ควรนำไปปรึกษากับแพทย์ หรือติดต่อโดยตรงไปที่ศูนย์ดูแลผู้บริโภคของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

การกินอาหารเสริมเยอะเกินไป ก็ใช่ว่าร่างกายจะได้รับประโยชน์ แต่อาจเกิดปัญหาตามมาอีกต่างหาก โดยเฉพาะวิตามิน เค ที่มีโอกาสไปลดความสามารถของ ตัวยาเจือจางเลือด Coumadin® ที่จะป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัว สำหรับในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างวิตามินซี และวิตามินอี มีโอกาสที่จะลดประสิทธิภาพในกระบวนการรักษามะเร็งบางชนิด และการได้รับวินามินเอมาเกินไป จะทำให้เกิดอาการปวดหัว สร้างความเสียหายแก่ตับ เห็นไหมว่าการทานโดยไม่เรื่องปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง อาจเกิดเรื่องแย่ ๆ กับร่างกายแทนได้ ดังนั้นอย่าคิดว่าการไปปรึกษากับหมอเป็นเรื่องเสียเวลา เพราะมันเป็นสิ่งที่ควรทำ ดีกว่ามานักรักษาสุขภาพหลังจากที่เกิดปัญหาตามมาแล้ว